
นี่คือ 100 เรื่องเกี่ยวกับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ที่น่าสนใจ
สำหรับศิษย์เก่า ศิษย์ปัจจุบัน ศิษย์อนาคต และคนที่สนใจในมหาวิทยาลัยประวัติศาสตร์
ที่มีบทบาทในสังคมไทยมากว่าค่อนศตวรรษ
1.มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เป็นมหาวิทยาลัยแห่งที่ 2 ของประเทศ
2.ชื่อเดิมของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (ม.ธ.)
คือ มหาวิทยาลัยวิชาธรรมศาสตร์และการเมือง (ม.ธ.ก.)
ที่ต้องตัดคำว่า และการเมือง ออกนั้น เพราะว่า เพื่อไม่ให้น.ศ.ฝักใฝ่การเมืองมากไป
รวมระยะเวลาที่ใช้ชื่อนี้ 18 ปี
3.สถาปนาโดยท่านผู้ประศาสน์การ ดร.ปรีดี พนมยงค์ รัฐบุรุษอาวุโส
อดีตผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ หัวหน้าขบวนการเสรีไทย อดีตนายกรัฐมนตรี
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กระทรวงการต่างประเทศและ กระทรวงมหาดไทย
และปัจจุบันองค์การยูเนสโกได้ประกาศว่าท่านเป็นบุคคลสำคัญของโลกอีกด้วย
4.เป็นมหาวิทยาลัยเดียวที่ใช้ตำแหน่งผู้ประศาสน์การ (ต่อมาเปลี่ยนเป็นตำแหน่งอธิการบดี)
5.ตำแหน่งผู้ประศาสน์การมีเพียงท่านเดียว คือ อาจารย์ปรีดี พนมยงค์
เพื่อยกย่องท่านในฐานะที่เป็นผู้ก่อตั้งมหาวิทยาลัย
6.อธิการบดีคนแรกของมหาวิทยาลัยเป็นนายกรัฐมนตรี คือ จอมพล ป. พิบูลสงคราม
7.จอมพลถนอม กิตติขจร อดีตนายกรัฐมนตรีก็เคยดำรงตำแหน่งอธิการบดีในขณะที่ดำรงตำแหน่งนายกฯ ด้วย
8.วันสถาปนามหาวิทยาลัย คือ 27 มิถุนายน 2477 (ซึ่งตรงกับวันคล้ายวันพระราชทานรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว)
9.พระเจ้าบรมวงศ์เธอ สมเด็จเจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์
ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ เสด็จมาเป็นประธานในพิธีเปิดมหาวิทยาลัย
เพราะขณะนั้นพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ประทับอยู่ที่ประเทศอังกฤษ
10.ที่ตั้งเดิมของมหาวิทยาลัยก่อนจะย้ายไปที่ท่าพระจันทร์คือ
ตึกร.ร.กฎหมาย กระทรวงยุติธรรม เชิงสะพานผ่านภพลีลา ปัจจุบันเป็นที่ขายสลากกินแบ่งรัฐบาล
11.นายจิตรเสน(หมิว) อภัยวงศ์ สถาปนิกผู้มีชื่อเสียงเป็นผู้ออกแบบ ตึกโดม
12.ความหมายของตึกโดม คือ ตัวโดมที่เป็นรูป 6 เหลี่ยม
เพราะจะได้สะท้อนถึงหลักที่ 6 ในหลัก 6 ประการของคณะราษฎร
คือจะต้องให้การศึกษาเต็มที่แก่ราษฎร และ ที่ยอดตัวโดมแหลมขึ้นฟ้า
นั่นก็เพราะ เปรียบโดมเสมือนดินสอ ที่จดบันทึกวิชาความรู้และเรื่องราวต่างๆ
ที่ไม่รู้จักจบสิ้นเอาไว้บนผืนฟ้าอันกว้างใหญ่
13.จุดประสงค์ในการก่อตั้ง คือ เพื่อเป็นสถาบันการศึกษาชั้นสูง
ที่ให้ความรู้ทางด้านกฎหมาย การเมือง และเศรษฐกิจ ซึ่งเป็นวิทยาการสมัยใหม่แก่ประชาชนทุกชนชั้น
โดยเก็บค่าเล่าเรียนให้น้อยที่สุด
14.ตราประจำมหาวิทยาลัย คือ พระธรรมจักร เกิดขึ้นในปี 2479
มีความหมายว่าสถาบันแห่งนี้ยึดถือคติธรรมของพระพุทธศาสนาในการกล่อมเกลาบัณฑิต
สิ่งที่อยู่กลางธรรมจักรคือพานรัฐธรรมนูญ หมายถึงการยึดมั่นเชิดชูรัฐธรรมนูญ
15.สีประจำมหาวิทยาลัย คือ สีเหลือง-แดง มีความหมายว่า
เหลือง คือ ธรรมประจำจิตใจของน.ศ.
แดงคือโลหิตที่ต้องอุทิศตนเพื่อประชาชน
16.ต้นไม้ประจำมหาวิทยาลัย คือ ต้นยูงทอง มีอยู่ 5 ต้น ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
ได้ทรงเพาะชำเอง และเสด็จฯมาทรงปลูกด้วยพระองค์เอง
ยังความปลาบปลื้มมาสู่ชาวธรรมศาสตร์จวบจนทุกวันนี้
17.มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เคยมีร.ร.เตรียม เรียกว่า ชั้นเตรียมปริญญา
ชื่อ ร.ร.เตรียม ม.ธ.ก. เพื่อผลิตนักเรียนเข้าเรียนต่อใน ม.ธ.ก. มีแค่ 8 รุ่นเท่านั้น แล้วก็ยุบไป
18.มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เคยเป็นเจ้าของ ธนาคารเอเชียด้วย
(เพราะตอนแรกไม่ได้ขึ้นตรงต่อรัฐบาล จึงไม่ได้รับงบฯ)
แต่ต่อมาถูกใช้อำนาจสกปรกขู่เข็ญให้มอบหุ้นทั้งหมดให้นายทหารผู้หนึ่ง (น่าเสียดายมากๆ)
19.คณะเริ่มแรกตั้งแต่สถาปนามหาวิทยาลัย มี 4 คณะ คือ นิติศาสตร์
พาณิชยศาสตร์และการบัญชี รัฐศาสตร์ และเศรษฐศาสตร์
20.เพลงประจำมหาวิทยาลัยมี 2 เพลง เพลงแรกที่ใช้ คือ เพลงประจำมหาวิทยาลัย
ทำนองมอญดูดาว แต่งโดยขุนวิจิตรมาตรา และเพลงที่ 2 คือเพลงพระราชนิพนธ์ยูงทอง
ได้รับพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ
21.ธรรมศาสตร์เคยจะถูกเปลี่ยนชื่อเป็น มหาวิทยาลัยกรุงเทพ ด้วย เพื่อจะได้ดูเป็นกลาง แต่ไม่สำเร็จ
22.งานฟุตบอลประเพณีธรรมศาสตร์-จุฬาฯครั้งแรก มีเมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2477
ณ ทุ่งพระสุเมรุ สนามหลวง ผลคือเสมอกัน1-1 โดยครั้งนั้นยังไม่มีขบวนพาเหรด แปรอักษร
หรือเชียร์ อย่างในปัจจุบัน
23.เคยสงสัยไหมว่างานฟุตบอลประเพณีบางปีทำไมเรียก ธรรมศาสตร์-จุฬาฯ
บางปีเรียก จุฬาฯ-ธรรมศาสตร์ เพราะว่า ปีใดที่ไหนเป็นเจ้าภาพ ก็จะเอาชื่อของที่นั่นขึ้นก่อน
ซึ่งการเป็นเจ้าภาพ ธรรมศาสตร์ จะเป็นครั้งที่เป็นเลขคี่ เพราะเริ่มครั้งแรกที่ธรรมศาสตร์
ส่วนจุฬาฯ จะเป็นครั้งที่เป็นเลขคู่ เช่น ปีหน้าครั้งที่62 จุฬาฯเป็นเจ้าภาพ
24.ธรรมศาสตร์มีงิ้วล้อการเมืองที่มีชื่อเสียงมาก คือ งิ้วธรรมศาสตร์ หรืองิ้วการเมือง
โดยมีต้นกำเนิดจาก คณะนิติศาสตร์
25.สมเด็จพระพี่นางฯ ทรงเคยเป็นหัวหน้าภาควิชาภาษาฝรั่งเศส คณะศิลปศาสตร์ด้วย
26.ปีการศึกษา 2540 พระองค์ภาฯ ทรงเข้าไปนักศึกษาคณะนิติศาสตร์
ยังความภาคภูมิใจมาสู่ชาวธรรมศาสตร์เป็นล้นพ้น
โดยทรงจบการศึกษาด้วยคะแนนเกียรตินิยมอันดับ 2 อีกด้วย
27.หอประชุมใหญ่ ม.ธรรมศาสตร์ เป็นหอประชุมที่นักศึกษาม.ธ.ในอดีตภาคภูมิใจว่า
เป็นหอประชุมที่ใหญ่และทันสมัยที่สุด ในเอเชียอาคเนย์
28.คณะรัฐประศาสนศาสตร์
ได้แยกตัวออกไปเป็นสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า)
29.มหาวิทยาลัยถูกปิดความเป็นตลาดวิชาลงเมื่อ พ.ศ.2503 เป็นระบบสอบเข้าแทน
30.ธรรมศาสตร์ ไม่มีระบบรุ่นพี่รุ่นน้อง แต่จะเรียกว่าเพื่อนใหม่ เพราะถือว่าทุกคนมีสิทธิเท่าเทียมกัน
31.พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ และสมเด็จพระบรมราชินีนาถ
เคยเสด็จมาทรงดนตรีเป็นการส่วนพระองค์กับนักศึกษาม.ธ.ด้วย
32.ในปี 2507 มีมติจากสภาการศึกษาแห่งชาติให้เปลี่ยนชื่อมหาวิทยาลัยเป็น มหาวิทยาลัยภูมิพล
โดยให้โอนม.ธรรมศาสตร์ไปรวมกับม.แพทยศาสตร์(ม.มหิดลปัจจุบัน) และม.ศิลปากร
แต่สมาคมธรรมศาสตร์มีมติคัดค้าน จึงไม่มีการเปลี่ยนแต่อย่างใด
33.อาจารย์ป๋วย อึ๊งภากรณ์ เคยดำรงตำแหน่งผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย
ควบกับตำแหน่งคณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ แต่ตามระเบียบ ก.พ. นั้น
ข้าราชการจะทำงานพร้อมกันทีเดียว 2 แห่งได้ แต่จะได้รับเงินเดือนอีกแห่งเพียงครึ่งเดียว
โดย อ.ป๋วยเลือกรับเงินเดือนคณบดีเต็มอัตรา 8,000 บาท
และรับเงินเดือนผู้ว่าแบงค์ชาติครึ่งอัตราคือ 25,000 บาทแทน
นับเป็นพระคุณอันยิ่งใหญ่ในการตัดสินใจของท่านเพื่อชาวธรรมศาสตร์
34.ธรรมศาสตร์ไม่มีผู้อัญเชิญธรรมจักร เพราะถือว่า ธรรมจักรอยู่ในหัวใจของนักศึกษาทุกคน
35.จอมพล ป. พิบูลสงครามเป็นผู้ก่อตั้ง คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์
36.วันที่ 10 ธันวาคม ของทุกปี นอกจากจะเป็นวันรัฐธรรมนูญแล้ว ยังเป็นวันธรรมศาสตร์อีกด้วย
37.โขนธรรมศาสตร์ เคยใช้เป็นการแสดงในการสมโภชการสถาปนา
สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฏราชกุมาร
38.ลิฟท์แดง อยู่ที่คณะศิลปศาสตร์
39.ลานโพธิ์ เป็นสัญลักษณ์ของการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยของธรรมศาสตร์และสังคมไทย
นับตั้งแต่เหตุการณ์ 14 ตุลาคม พ.ศ.2516 ที่ขบวนการนิสิตนักศึกษาประชาชนร่วมกันต่อสู้
เพื่อเรียกร้องรัฐธรรมนูญและประชาธิปไตย
40.ผู้มีพระคุณในเหตุการณ์ 14 ตุลา ที่ชาวธรรมศาสตร์จะลืมไม่ได้ก็คือ แม่ค้าย่านท่าพระจันทร์
และปากคลองตลาด ที่จัดทำเสบียงส่งให้ตลอด
41.สถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย (AIT) เช่าที่ดินของธรรมศาสตร์ (ที่รังสิต) เนื้อที่ 1,110 ไร่
เป็นเวลา 30 ปี รวมค่าเช่า 3,000 บาท
42.รถโดยสารในม.ธ.รังสิต คือ รถราง (รอนานมากๆ บางทีไม่จอดด้วย แถมคนขับก็ดุยังกะแมว)
43.อาหารที่ศูนย์รังสิต แพงกว่ามหาวิทยาลัยอื่นมากๆ แล้วก็ไม่ค่อยมีที่ไหนอร่อยเลย
44.ห้องเรียนที่ม.ธ.ติดแอร์หมดทุกห้อง ทำให้หลับสบาย อิอิ
45.คณะที่เป็นขวัญใจของสาวๆ คือ สถาบันเทคโนโลยีนานาชาติสิรินธร หรือ SIIT
แบบว่ารูปหล่อ บ้านรวย เรียนเก่ง(คือถ้าขึ้นปี2ได้ ถือว่านายแน่มาก) เข้าง่าย ออกง่าย(โดนไทล์) แต่จบยาก
46.เศรษฐศาสตร์ เป็นคณะหนุ่มหล่อของธรรมศาสตร์
47.บัญชี รัฐศาสตร์ ศิลปศาสตร์ เป็นคณะรวมสาวสวยของธรรมศาสตร์
48.หอเอนเกมส์ เป็นหอมหาวิทยาลัยรัฐฯที่หรูที่สุด มีแอร์ เครื่องทำน้ำอุ่น
ยูบีซี ลิฟท์ แล้วก็เบอร์โทรศัพท์02ส่วนตัวทุกห้อง (ต่อเนตได้สบายๆ) ค่าไฟแพงหูฉี่เลย
(เปิดแอร์อย่างเดียวตกช.ม.ละ 6 บาท)
49.หอเอนเกมส์จะมีโซน A-E แต่หอน.ศ.จะอยู่ที่โซน B C E โซนB เป็นโซนห้องละ 4 คน มี 8 หลังๆละ 8 ชั้น โซนC เป็นโซนห้องละ 2 คน มี 11 หลังๆละ 8 ชั้น เช่นกัน ส่วนโซนE มี 2 หลังๆละ 4 ชั้น ไม่มีลิฟท์และก็เครื่องทำน้ำอุ่นด้วย หน้าหนาวทีก็ทนๆเอาละกัน
50.หอในเป็นหอพัดลม อาบน้ำรวม จะมีอะไรที่เหมือนๆกับหอมหาวิทยาลัยอื่นทั่วๆไป
51.เด็ก self จัดต้องนี่เลย สถาปัตย์ฯ กับ ศิลปกรรมฯ
52.ถ้าใครเล่นmsn หรือเกมส์ ในห้องคอม หอสมุดป๋วย
จะโดนขึ้นประจานให้ทุกเครื่องทราบว่าคุณกำลังทำผิดกฎห้องสมุด
แล้วทุกคนก็จะหันมาทางคุณกันหมด
(เป็นเรื่องที่น่าอับอายมากๆ)
53.โรงอาหาร SC ปัจจุบันกลายเป็น โรงอาหารวิศวะ 2 ไปซะแล้ว
เพราะ 50% ที่กินข้าวที่นี่ล้วนแต่ใส่ชอปทั้งนั้น
54. สะพานที่คู่รักมักจะไปนั่งจู๋จี๋ให้อาหารปลากัน คือ สะพานปลา ที่หน้าตึกคณะวิศวะ
55.โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ มีอีกชื่อว่า โรงพยาบาลซาร่า
เพราะถึงแม้ว่าจะเจ็บปางตาย ถ้าไปขอยาจากที่นี่ก็จะได้แต่ ซาร่า (หรืออาจจะมีอย่างอื่นด้วยไม่แน่ใจ)
56.ตลาดนัดที่นี่มีฉายาว่า ตลาดนัดดูตัว เพราะจะมีคนหน้าตาดีมาเดินเยอะมาก
จะมีทุกวันจันทร์ กับ พฤหัสบดี ของกินอร่อยๆก็เยอะ ของใช้ก็เยอะ
เด็กม.อื่นก็มาเดินตลาดนัดที่นี่กันเยอะเช่นกัน
แม้แต่จุฬาก็ยังมีเลย
57.บ.ร. คือ อาคารบรรยายรวม มีทั้งหมด 5 หลัง ตึกบ.ร.มีฉายาว่า บรรทมรวม
เพราะวิชาที่น่านอนหลับจะเรียนที่ตึก บ.ร.เป็นส่วนใหญ่
58.ขนมบราวนี่ เป็นขนมที่อร่อยขึ้นชื่อของที่รังสิต เวลาไปเรียนTU130 คน
มักจะต่อแถวกันยาวเหยียดเพื่อซื้อขึ้นไปกิน ทั้งๆ ที่หน้าห้องเขียนว่า
ห้ามนำอาหารและน้ำเข้ามาในห้องบรรยาย ก็ตาม
59.ค่าไฟเฉพาะห้องบรรยาย 1,000 คน ที่บ.ร.4 อย่างเดียวตกเดือนละ 400,000 บาท
60.สะพานดาวอยู่หน้ามหาวิทยาลัย ที่ศูนย์รังสิต เอาไว้พาแฟนไปชมดาวกันตอนกลางคืน
ทางที่ดีควรไปรถป๊อป เพราะปั่นจักรยานไป ขาลากแน่นอน เพราะไกลมากๆ
61.ฝั่งโน้น ในความหมายของเด็กธรรมศาสตร์ คือ ร้านเหล้าทั้งหลายแหล่ ที่อยู่ฝั่งประตูเชียงราก
ที่ดังๆ ก็จะมี กระฉ่อน89, Sweet duck เป็นต้น
62.ลักษณะของโดมแต่ละที่
โดมไม้เมืองพี่ ท่าพระจันทร์
โดมเปลือยขวัญ รังสิตทรงศรี
โดมแก้ว ลำปางธานี
โดมน้องพี่ เชิดชูธรรม นำผองชน
63.คลื่น PCT จะมีที่หอเอฯ โซนซี อินเตอร์โซน แล้วก็บ.ร.1-บ.ร.4
64.ที่ศูนย์รังสิตมีโชว์รูมรถยุโรปด้วย ไม่ว่าจะเป็น S-class, BMWseries5, เฟอรารี่ ฯลฯ
จะสามารถหาดูได้ที่ SIIT แต่ถ้าเป็นรถญี่ปุ่นจะเป็นของอาจารย์
65.SIIT กับ วิศวะ ภาคอินเตอร์ คือคนละอย่างกัน เพราะ SIIT เป็นอีกสถาบัน แต่สังกัดม.ธรรมศาสตร์
66.ธรรมศาสตร์ มี 4 ศูนย์ คือท่าพระจันทร์ รังสิต พัทยา และลำปาง
67.ในสมัยที่คุณหญิงนงเยาว์ เป็นอธิการบดี เคยมีการปิดโรงอาหารกลางตอนกลางคืน
เพื่อเป็นเธค ให้ความผ่อนคลายแก่น.ศ.ด้วย
68.ธรรมศาสตร์เป็นมหาวิทยาลัยเดียวที่มีห้องสมุด อยู่ชั้นใต้ดิน ชื่อหอสมุดปรีดี พนมยงค์ ที่ท่าพระจันทร์
69.มีการขุดพบปืนใหญ่หลายกระบอกเมื่อครั้งก่อสร้างประตูใหม่ที่ต่อจากกำแพงโบราณ ด้านถ.พระจันทร์
70.มีการขุดพบแนวกำแพงเมืองเก่า ในขณะสร้างอาคาร 60 ปี และลานจอดรถใต้ดิน หน้าคณะรัฐศาสตร์
71.ชื่อโรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ เป็นชื่อที่ได้รับพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
72.ในปี 2550 ประเทศไทยจะเป็นเจ้าภาพจัดงาน
กีฬามหาวิทยาลัยโลกฤดูร้อนโดยใช้ม.ธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิตเป็นสถานที่จัดการแข่งขัน
73.ที่จะลืมไม่ได้เลย ในปี 2541 ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันนเกมส์
ครั้งที่ 13 ก็ใช้ม.ธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิตเป็นสถานที่จัดการแข่งขันด้วย
74.อาจารย์สัญญา ธรรมศักดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี ฉายาคนของแผ่นดิน
ผู้เป็นตัวอย่างของการใช้ชีวิตอย่างสมถะ และสันโดษ ก็เคยดำรงตำแหน่งอธิการบดี
75.สามอนุสาวรีย์ คนดีศรีธรรมศาสตร์ และประเทศไทย อยู่ที่ธรรมศาสตร์ รังสิต
ได้แก่ อาจารย์ปรีดีอยู่ที่หน้าตึกยิม2 อาจารย์ป๋วยหน้าตึกเรียนรวม (SC)
และอาจารย์สัญญาอยู่หน้าตึกคณะนิติศาสตร์-คณะรัฐศาสตร์
76.ธรรมศาสตร์เป็นดินแดนแห่งเสรีภาพทุกตารางนิ้ว
77.คำขวัญอมตะของธรรมศาสตร์ คือ ฉันรักธรรมศาสตร์ เพราะธรรมศาสตร์สอนให้ฉันรักประชาชน
78.นักศึกษาไม่จำเป็นต้องใส่ชุดนักศึกษามาเรียนก็ได้ แต่อาจจะยกเว้นบางวิชา
แต่ตอนนี้ได้มีการรณรงค์ให้แต่งชุดนักศึกษา
79.มีผู้เคยกล่าวไว้ว่า ประวัติศาสตร์การเมืองไทย ก็คือประวัติศาสตร์ธรรมศาสตร์
80.ธรรมศาสตร์ เป็นที่เรียนที่มีตั้งแต่อนุบาล-ปริญญาเอก
81.ธรรมศาสตร์ไม่เรียกผู้ที่ศึกษาที่นี่ว่า นิสิต เพราะถือว่าการเป็นนิสิตเป็นการถูกกำหนดขอบเขต
82.ธรรมศาสตร์ ยังไม่มีคณะเภสัชศาสตร์
83.ค่าไฟแต่ละเดือนของธรรมศาสตร์ไม่ต่ำกว่า 8 ล้านบาท จึงต้องมีโครงการธรรมศาสตร์หาร 2
84.หอจดหมายเหตุธรรมศาสตร์ อยู่ตรงข้ามหอสมุดปรีดี ที่ท่าพระจันทร์
ถ้าต้องการศึกษาประวัติมหาวิทยาลัยตั้งแต่ ปี2477 ก็สามารถดูได้จากที่นี่
85.ศาลเจ้าแม่สิงโต ซึ่งเป็นที่เคารพ สักการะของน.ศ.คณะรัฐศาสตร์
และคณะอื่นๆ อยู่ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณอาคาร 60 ปี
86.น.ศ.ที่อยู่หอพักที่ศูนย์รังสิต จะต้องทำการย้ายทะเบียนบ้านเข้าหอ
เพื่อที่ธรรมศาสตร์จะได้ทำคุณประโยชน์ให้กับชุมชนคลองหลวงบ้าง
87.สำนักงานจัดการทรัพย์สินฯ
มีอีกชื่อหนึ่งคือ สำนักงานดูดทรัพย์สิน ยิ่งตอนบิลค่าไฟมานี่ยิ่งดูดหนัก
88.อุทยานวิทยาศาสตร์แห่งชาติ ตั้งอยู่ในพื้นที่ของธรรมศาสตร์ รังสิต
89.แฟนพันธุ์แท้โขนไทย อยู่ปี1 คณะรัฐศาสตร์ สาขาการระหว่างประเทศ
90.ตึกเรียนที่หรูที่สุดในศูนย์รังสิต คือ ตึกคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี (ตึก4ชั้น) หน้ามหาวิทยาลัย
91.ตึกคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มีโครงเสาเหล็กมาตั้งแต่พี่ปี 5 อยู่ปี1
จนปัจจุบันโครงเสานี้ก็ยังอยู่เหมือนเดิม
92.หอเอฯ โซนบี มักจะมีเริ่องเกี่ยวกับสิ่งเหนือธรรมชาติมาโดยตลอด
93.นาฬิกาลูกตุ้มบนตึกโดม มีชื่อว่า นาฬิกาปารีส ได้รับบริจาคจาก ห้างเอส.เอ.บี
94.เหตุการณ์นองเลือด 6 ตุลาคม 2519 มีผู้เสียชีวิตมากมาย
และนับว่าเป็นเหตุการณ์ที่รุนแรงกว่า 14 ตุลาคม 2516มาก
เนื่องมาจากท่านอธิการบดีในขณะนั้น คือ อาจารย์ป๋วย ถูกกล่าวโจมตีว่าฝักใฝ่คอมมิวนิสต์
จนตัวท่านต้องลี้ภัยไปต่างประเทศ
95.ลงทะเบียนเรียนทางเทเลแบงค์ 1551 เป็นอะไรที่ต้องใช้ความอดทนสูงในการกดโทรศัพท์
พอๆ กับลงทะเบียนเรียนเพิ่มกับเจ้าหน้าที่สำนักทะเบียน (ที่แสนจะใจดี๊ใจดี)
96. การเดินขบวนเรียกร้องดินแดนอินโดจีน จากฝรั่งเศสคืน
เป็นการเดินขบวนครั้งแรกของน.ศ.ธรรมศาสตร์
97.อาจารย์ป๋วย เป็นศิษย์เก่าม.ธรรมศาสตร์คนแรก ที่ได้เป็นอธิการบดีม.ธรรมศาสตร์
98. 8 ธ.ค. 2484 ธรรมศาสตร์แพ้ฟุตบอลประเพณีกับจุฬาฯ
เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่มีการแข่งขันมาตั้งแต่ปี 2477 ทำให้อาจารย์ผู้คุมทีมถึงกับหัวใจวายถึงแก่กรรม
99. ปลายเดือน ก.ย. 2545 เกิดฝนตกหนัก ลมกรรโชกแรง ทำให้ต้นโพธิ์ธรรมศาสตร์ ฉีกกลางลำต้น
100.ถึงแม้ว่านักศึกษาบางคณะจะไม่ได้ศึกษาที่ท่าพระจันทร์
แต่ความเป็นจิตวิญญาณธรรมศาสตร์ก็ได้รับการถ่ายทอดและหล่อหลอมให้กับนักศึกษาทุกคนเสมอมา

ไม่มีคำบรรยาย ตามปากแม่เป๊ะ
แหม่มไม่ติดตามสายหรอกลูก 55+ ก๊ากกก
วารสารศาสตร์ ธรรมศาสตร์ ^^
ติดนิเทศซะง้านนน ถ้ากุวบ้าอีกนิดนึงอาจฆ่าตัวตายแบบเด็ก
ที่สอบวิศวจุฬาไม่ได้เลยนะเนี่ย รู้ตัวสุดๆว่าตัวเองไม่ติดแน่
กุจาเรียนมาทำเพื่อรัยวะ สายวิทย์เนี่ย
สาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ฝ่ายมัธยม 605 เจริ๊น
ติดกันทั้งห้องเรยนะเนี่ย
พู่กัน แกนะแก วิศวจุฬา 55+ วึ๊ดว่อย เกษตรก้อเยี่ยมเร้ว
พิ้งค์ เอแบค ไหนบอกจาไม่เรียนไง 55+ สู้ต่อปายทาเคชิ
ปลาร้า ติดที่เดียวกัน เปนเพื่อนกันอีก 4 ปี เบื่อว่ะ กุหลอกกกก
รี่ คนเดียวในกลุ่มที่ติดอักษรจุฬา คณะในฝันของกุวตอน ม.4 หึหึ
แม่ รู้สึกดีนะที่ได้ติดธรรมศาสตร์ตามที่แม่หวัง
ถึงแหม่มจะไม่ได้ติดตามสายที่แหม่มเรียนมา แต่แม่ก็ภูมิจัย
ใช่ป่าว ?
แหม่มติดคณะเดียวกะแม่เรยนะ แม่อย่าเสียจัยที่แหม่มทำได้แค่นี้
แหม่มรักแม่สุดๆอ่า ตลอด 3 ปีที่เรียนมา ก็เพื่อแม่ทั้งหมด
ไม่เคยตั้งความหวังว่าตัวเองจะต้องเรียนเก่ง
แต่ขอให้แหม่มทำในสิ่งที่แม่ภูมิจัยก็พอ
แม่ ไปพูดกะเจ๊ปากหมา ที่ทำงานได้แร้วนะคะ
แหม่มติด มธ แร้ว ^^
พ่อ ไม่เคยเรยนะคะ กลับมาจากสัตหีบไม่ได้เรยดิ
น้อยจัยอ่า พ่อมัวทำแต่งาน เข้าจัยว่าเปนทหาร
แร้วแหม่มก็เปนลูกทหาร แต่แหม่มเปนผู้หญิงนะ
ความอดทนมันต่างกับผู้ชายนะคะ สนจัยแหม่มหน่อยเดะ
งอลพ่อเร้วอ่า แหม่มรักพ่อมากกก นะคะ
แหม่มติด มธ นะพ่อ ^^

17 มิ.ย. แกมากันจิงป่าวเนี่ย คิดเถิง ๆ ๆ
หมดจัยกะพวกนายไปเร้วนะจ๊ะ
ทึกจากลับมาเร้ว ^^

รับแทค 55+ คนสุดท้ายของห้องเรยว่อย
ชื่อจริง : รามิล ล.ลิงนะว่อย
ความหมาย : มันเปนภาษาไทยแปลว่ากามเทพ
ชื่อเล่นเพื่อความครีเอทของพ่อแม่ : แก้มแหม่ม
ชื่อเล่นเพื่อความครีเอทของเพื่อน2 : คนที่สนิทกันมันจาเรียกว่าแหม่ม แต่ถ้าเพื่อนในห้องจาเรียกว่ามิล
ชื่อเล่นเพื่อความครีเอทของตัวเอง : ปาร์คเมียทึก ^^
ฉายา : เทพ มันมาจากกามเทพนะว่อย 55+
ชื่อภาษาอังกิด : Ramin ภาษาไทยมันรามิลอ่า แต่ภาษาอังกิดไม่รู้จาใช้อารัยแทน n ให้มันเปนมิล
ชื่อภาษาจีน : เป่ยเปรี้ยงเปรี้ยง 555+ ครีเอทมะ
ชื่อภาษาเกาหลี : ปาร์คเมียทึก ชื่อเน้พรีเซ้น มาก ๆ ^^
ชื่อแฝงที่ใช้เล่นเน็ต : kammam
ชื่อที่คนอื่นเคยเรียกผิด : เรียกแหม่มว่าพู่ เรียกพู่ว่าแหม่ม กุวหน้าเหมือนเมิงมากอ่าพู่ 66+
ชื่อที่คนต่างชาติเรียก : ตอนที่ไปอยู่ตอนโน้น เค้าเรียกแหม่มว่า Ramin นะ แต่ว่าพอสมัครเรียนที่โน่นก็
เปลี่ยนเปน minmin 55+ ล้อเล่น ชื่อ Ramin เหมือนเดิมแหระ
ชื่อที่อาจารย์ชอบเรียก : รามิล หันหน้าไปทางกระดาน ทำตาแบ๊ว แอ๊บเสียงน่ารักแร้วตอบว่า อารัยหรอคะ
ชื่อที่อยากให้คนอื่นเรียก : แก้มแหม่มนั่นแหละ แหม่มก้อได้ แต่ไม่เอาแก้มนะ มันโหล แหม่มไม่โหลเรยเดะ 55+
ชื่อที่ไม่อยากให้คนอื่นเรียก : อีแหม่ม ออนลี่ในกลุ่มก้อพอม้างง เพื่อนกันยังไม่เรียกแหม่มอย่างงี้เรย
ชื่อที่จาเรียกคนที่เรารัก : ทีกึ๊ก กะ ทึกกี้ ^^
ชื่อที่อยากให้คนที่เรารักเรียก : แหม่มคับ ด้วยน้ำเสียงที่ประหนึ่งแหม่มเปนนางฟ้า 55+

โพสคลิป * แหม่มขอโทดพี่ทีด้วยนะ
ไม่ได้เปนรุ่นน้องวิศวจุฬาเรยอ่า 55+
ติวให้แทบตาย แต่แหม่มทำได้แค่เนี้ยอ่า
เสียจัยป่าว ผิดหวังป่าว
อย่าเรยนะคะ ^^